ARTWORKS ARTISTS BOOKS EXHIBITION BLOG
Talk with Artist

เรื่องเล่าประสบการณ์ผ่าน แสง และสี โดย อะตอม ปวริศ ก่อนถ่ายทอดออกมาบนผืนผ้าใบ และแปรเปลี่ยนภาพวาด

Talk with Artist

เรื่องเล่าประสบการณ์ผ่าน แสง และสี โดย อะตอม ปวริศ ก่อนถ่ายทอดออกมาบนผืนผ้าใบ และแปรเปลี่ยนภาพวาด


Can You Hear the Light Changing Along the Ride? ว่าด้วยแสงที่ไม่ใช่เพียงสิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หากยังเป็นตัวแทนของอารมณ์ที่แฝงอยู่ในบทสนทนา ความทรงจำ และบทเพลง ผ้าใบ มันกลับกลายเป็นแสงที่มีชีวิตในตัวเอง และพร้อมเดินทางต่อไปในความหมายของผู้ชมแต่ละคน

ตั้งแต่ดวงดาวในบทเพลงพื้นบ้าน จนถึงแสงนีออนในบทเพลงร่วมสมัย “แสง” ดำรงอยู่ในฐานะภาษาซึ่งมนุษย์ใช้บอกเล่าประสบการณ์และความรู้สึกนึกคิดในชีวิตเสมอมา 


แนะนำตัวหน่อย

ผมอะตอม ปวริศนะครับ ตอนนี้ทำอาชีพเป็นศิลปิน

 

คุณช่วยเล่าถึงที่มาของนิทรรศการชุดนี้ให้หน่อย

มันต่อเนื่องมาจากนิทรรศการชุดที่แล้วที่พูดถึงแสงในชีวิตประจำวันมันคอยกำหนดกิจวัตรของผมครับ มีเพลงหนึ่งท่อนที่เกี่ยวข้องกับนิทรรศการครั้งที่แล้วเข้ามาด้วยหลังจากนั้นผมก็มาสังเกตุเพลงที่ผมชอบฟังหลาย ๆ เพลงจะพบว่ามีแสงเป็นส่วนหนึ่งของบทเพลง

 


คุณเน้นย้ำเรื่องของแสง แสงในนิยามของคุณคืออย่างไร มีความสำคัญอย่างไร

ก่อนหน้านี้ผมมองแสงเป็นสิ่งที่กำหนดวัฐจักรของชีวิตมนุษย์ครับ มองในด้าน physical แต่ว่าพอลึก ๆ แล้วกลายเป็นความทรงจำของอะไรบางอย่าง เป็นสัญลักษณ์บางอย่างที่เดินทางคู่กับผมมาตลอดเลยครับ

 

Can You Hear the Light Changing Along the Ride? คุณอยากให้ผู้ชมรู้สึกอย่างไรในนิทรรศการ / รู้สึกถึงแสงสว่างแบบไหน ในผลงานนิทรรศการครั้งนี้

อาจจะเริ่มด้วยความทรงจำร่วมเดินไปกับผลงาน เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยู่ระหว่างทางมาปะติปะต่อกัน เป็นเหตุการณ์บางอย่างซึ่งด้วยประสบการณ์แต่ละคนมันอาจจะไม่ต้องรู้สึกเหมือนที่ผมรู้สึกต่อเหตุการณ์นั้น ๆ ก็ได้ครับ

 

ในนิทรรศการครั้งนี้คุณใช้แสง และสีที่แตกต่างกัน ช่วยเล่าให้ฟังถึงกระบวนการคัดเลือกแสงและสี หรือจุดเด่นของภาพในผลงานครั้งนี้ได้ไหม

ผมเลือกแสง และสีออกมาจากความทรงจำนั้น ๆ ของผมเลยครับ ในขณะที่ผมประสบเหตุการนั้นอยู่ผมมองเห็นภาพมันเป็นอย่างไร


ภาพในนิทรรศการมาจากบทเพลง วิวทิวทัศน์ จากสถานที่ต่าง ๆ หรือเหตุการณ์ กลุ่มผู้คน คุณได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งเหล่านี้อย่างไร หรือแม้กระทั้งบางภาพในนิทรรศการที่อยู่มุมเดียวกัน คุณเลือกที่จะใช้คนละโทนสี

จริง ๆ แล้วเริ่มมาจากประสบการณ์ส่วนตัวครับ เหมือนเราอ่านเนื้อเพลงนั้น เราเข้าไปค้นหาเนื้อเพลงนั้น ประวัติของเพลงนั้น แล้วเราก็นึกไปถึงว่าช่วงเวลาไหนในชีวิตเราที่ทำให้นึกถึงบรรยากาศเดียวกับเพลงนั้นซึ่งมันอาจจะตีความในบริบทใหม่ ๆ ส่วนที่บางรูปอาจจะเป็นมุมมองเดียวกันแต่แสง กับสีต่างกันอันนี้ผมอาจจะนำเสนอถึงกิจวัตรของผมที่ถูกทำซ้ำ ๆ แต่ว่าพอบริบทรอบข้างมันเปลี่ยนไปความรู้สึกมันก็เปลี่ยนไปด้วย

 



มุมมองภาพของคุณค่อนข้างจะรับรู้ได้ถึงความสงบ คุณต้องการสื่อสารภาพของคุณให้ออกมาแบบนี้ใช่ไหม

ไม่เชิงนะครับ แต่ว่าหลาย ๆ เหตุการที่มันวุ่นวายแต่พอเรามองมันไปนาน ๆ เผชิญหน้าไปนาน ๆ เราก็รู้สึกถึงความสงบซึ่งมันอาจจะเกิดจากความเคยชินครับ

 

คุณต้องการให้เราเห็นแสงจากแสงในภาพจริง ๆ หรือต้องการให้ตกตะกอนถึงความคิด เหตุการณ์ เรื่องราวให้ออกมาเป็นแสงมากกว่า

อันนี้ผมคิดว่าแม้แต่ละคนจะมองแสงสิ่งเดียวกัน ด้วยประสบการณ์ของแต่ละคนอาจจะมีความรู้สึกที่แตกต่างกัน

 

หากเปรียบชีวิตของคุณเป็นแสง ในตอนนี้คุณคิดว่าแสงของคุณจะมีลักษณะไหน

ผมนึกไม่ออกว่าเป็นแสงสีอะไร แต่ผมคิดว่าคงเป็นแสงที่ไม่โดดเด่นมาก ไม่ได้สว่างมาก แต่ก็ไม่ได้มืดจนเกินไป มันยังคงเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาครับ


 

ในอนาคตคุณคิดว่าแสงจะเป็นแรงบันดาลใจ หรือกลายเป็นส่วนหนึ่งการทำงานของคุณต่อไปไหม

ผมคิดว่าแสงน่าจะเดินทางคู่กับการทำงานของผมไปตลอด เพราะว่าทุกครั้งได้ทำเราก็ค้นพบสิ่งใหม่ ๆ เกี่ยวกับแสงตลอดเวลา

อันนี้เป็นนิทรรศการเดี่ยวครั้งที่ 3 อยากให้ทุกคนร่วมเดินทางไปกับผม เพราะว่าทุกครั้งมันก็เป็นแสงที่มีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ครับ



Can You Hear the Light Changing Along the Ride?

นิทรรศการเดี่ยว โดย อะตอม ปวริศ

ระยะเวลาจัดแสดง : 18 กรกฎาคม – 29 สิงหาคม 2026 (จันทร์ – เสาร์ 10:00 – 17:00 น.)

สถานที่ : Mini Xspace Gallery ชั้น 2.















More to explore